บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่6
วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562
เวลาเรียน 08:30 - 11:30 น.
ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)
วันนี้อาจารย์ให้นำเสนอบทความของแต่ละคนที่หามา โดยจะนำเสนอจากการโพสต์จากข้างล่างขึ้นบน
บรรยากาศในห้อง
👇👇👇👇
1.ถ้าลูกอดทนรอคอยไม่เป็น ลูกก้าวร้าว
ลูกอาละวาด
พ่อแม่ควรจะตอบสนองลูกให้ช้าลง เพื่อฝึกการรอคอย เช่น “รอแม่แป๊บนึงนะลูก/ แม่กำลังมานะคะ“หรือฝึกให้ลูกรู้จักการรอคอยและการเข้าคิวให้เป็นนิสัย
แล้วอธิบายเหตุผลง่ายๆ ให้เด็กเข้าใจว่าเขาจะต้องรอเพื่ออะไรถึงเมื่อไหร่
2.ถ้าลูกสมาธิไม่ดี ลูกสมาธิสั้น
คุณแม่ควรฝึกลูกตั้งแต่เด็กทารกเลย เช่น
ระหว่างการให้นมลูก แม่ควรสบสายตากับเขาเพื่อเป็นการสร้างสมาธิ ฝึกโฟกัสสายตานอกจากนี้สร้างกิจกรรม
เช่นให้เขาฝึกเขียน ฝึกงานศิลปะ งานฝีมือ จะทำให้เขามีสมาธิจดจ่อกับกิจกรรมนั้น
3.ถ้าลูกเป็นเด็กไม่เคารพกฎ
กติกาจะทำให้เด็กมีพฤติกรรม
กลายเป็นเด็กขี้ โกหก
เห็นแก่ตัว มักง่าย ซึ่งพ่อแม่ต้องฝึกเปลี่ยนพฤติกรรมเขาใหม่ เช่น สร้างกฏกติกาภายในบ้าน มีเวลาตื่นและเข้านอน ควรเป็นเวลาที่ทำสม่ำเสมอ
หัดให้เขารู้จักพูด “ขอบคุณ” และ “ขอโทษ” ให้ติดปากเป็นนิสัย
4.ถ้าลูกขาดความรับผิดชอบ
พ่อแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ลองทำอะไรใหม่ๆ
อย่ากลัวเลอะเทอะ กลัวลำบากหรือเหนื่อย
เพราะอาจจะสร้างพฤติกรมให้เด็กเป็นคนที่ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง แก้ปัญหาไม่เป็น
ขี้เบื่อ ขี้เกียจอแม่ต้องฝึกตั้งแต่เด็ก
เช่น ฝึกระเบียบวินัยผ่านการช่วยเหลือตัวเอง เช่น แปรงฟัน อาบน้ำ
5.ถ้าลูกขาดความเห็นอกเห็นใจคนอื่น
ลูกไม่มีน้ำใจ
จะทำให้เขามีพฤติกรรมต่อต้านสังคม
กลายเป็นเด็กที่ไม่มีน้ำใจ เย็นชา ไม่มีเพื่อน อันดับแรกพ่อแม่จะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการสอนลูกให้เห็นอกเห็นใจคนอื่น
สอนให้เขารู้จักความพอดีในการช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่ทำให้ตัวเองลำบากหรือเดือดร้อน
เช่น ชวนลูกบริจาคของเล่นที่ไม่ใช้แล้ว
เพื่อที่จะสอนเขาว่าของเล่นที่เขาไม่เอาแล้ว นั้นมีประโยชน์ต่อคนอื่นได้เช่นกัน
สรุปใจความสำคัญของเพื่อนที่ชอบ 4 บทความ
1. เรื่อง 10วิธีปรับพฤติกรรมเด็กดื้อ
สรุปเรื่องที่ได้ คำว่า Time out คือถ้าเด็กไม่อยู่นิ่งหรือเด็กดื้อคุณครูจะใช้วิธี Time out
ให้เด็กได้ไปนั่งคนเดียวสักพักหลังจากนั้น ก้เข้าไปกอดเด็ก และถามว่าเป็นอย่างไร
พร้อมทั้งอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าทำไคุณครูถึงต้องทำแบบนี้
2. เรื่อง ค้นสาเหตุ-แก้ปัญหา ลูกไม่ยอมพูดเสียที
สรุปเรื่องที่ได้ คือ สาเหตุที่ลูกไม่ยอมพูดอาจเป็นเพราะเด็กหูคึงหรือเปล่า
ทำไมถึงไม่ยอมพูดเสียที อีกอย่างหนึ่งก็คือ อาจจะเป็นทางพันธุกรรมที่ทำให้เด็ก
ไม่ยอมพูดหรือเด็กจะเป็นคนหูตึง
3. เรื่อง ลักษณะพฤตืกรรม การเล่นของเด็กปฐมวัย
สรุปเรื่องที่ได้ เด็กแต่ละวัยจะมีการเล่นที่แตกต่างกันไปตามระดับพัฒนาการและประสบการณ์
ที่เด็กได้รับทั้งจากสภาพแวดล้อม ที่อยู่อาศัย เด็กมีการพัฒนาการไปตามขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง
ตามวุฒิภาวะและความพร้อมทั้ง ร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตใจ และสติปัญญา
4.เรื่อง ปัญหาบุคลิกภาพของเด็กที่ควรแก้ไข
สรุปเรื่องที่ได้ ปัญหา การกัดเล็บ, การดูดนิ้ว, การแคะจมูก, การม้วนผม สาเหตุที่ทำให้เด็กเกิดพฤติกรรมเหล่านี้
เกิดขึ้นมาจาก เด็กรู้สึกเบื่อ ผ่อนคลายความกังวล สือเนื่องมาจากทารก เรียกร้องความสนใจ เลียนแบบพ่อแม่
ปัจจัยทางพันธุกรรม
1. เรื่อง 10วิธีปรับพฤติกรรมเด็กดื้อ
สรุปเรื่องที่ได้ คำว่า Time out คือถ้าเด็กไม่อยู่นิ่งหรือเด็กดื้อคุณครูจะใช้วิธี Time out
ให้เด็กได้ไปนั่งคนเดียวสักพักหลังจากนั้น ก้เข้าไปกอดเด็ก และถามว่าเป็นอย่างไร
พร้อมทั้งอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าทำไคุณครูถึงต้องทำแบบนี้
2. เรื่อง ค้นสาเหตุ-แก้ปัญหา ลูกไม่ยอมพูดเสียที
สรุปเรื่องที่ได้ คือ สาเหตุที่ลูกไม่ยอมพูดอาจเป็นเพราะเด็กหูคึงหรือเปล่า
ทำไมถึงไม่ยอมพูดเสียที อีกอย่างหนึ่งก็คือ อาจจะเป็นทางพันธุกรรมที่ทำให้เด็ก
ไม่ยอมพูดหรือเด็กจะเป็นคนหูตึง
3. เรื่อง ลักษณะพฤตืกรรม การเล่นของเด็กปฐมวัย
สรุปเรื่องที่ได้ เด็กแต่ละวัยจะมีการเล่นที่แตกต่างกันไปตามระดับพัฒนาการและประสบการณ์
ที่เด็กได้รับทั้งจากสภาพแวดล้อม ที่อยู่อาศัย เด็กมีการพัฒนาการไปตามขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง
ตามวุฒิภาวะและความพร้อมทั้ง ร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตใจ และสติปัญญา
4.เรื่อง ปัญหาบุคลิกภาพของเด็กที่ควรแก้ไข
สรุปเรื่องที่ได้ ปัญหา การกัดเล็บ, การดูดนิ้ว, การแคะจมูก, การม้วนผม สาเหตุที่ทำให้เด็กเกิดพฤติกรรมเหล่านี้
เกิดขึ้นมาจาก เด็กรู้สึกเบื่อ ผ่อนคลายความกังวล สือเนื่องมาจากทารก เรียกร้องความสนใจ เลียนแบบพ่อแม่
ปัจจัยทางพันธุกรรม
การประเมิน
ประเมินอาจารย์ : อารจารย์อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความที่นักศึกษาหามาได้อย่างชัดเจนฟังง่ายเข้าใจ
ประเมินเพื่อน : บทความที่เพื่อนหามามีเนื้อหาสาระที่มีความรู้มากมาย
ประเมินตัวเอง : ได้ความจากการแก้พฤติกรรมเด็ก ปัญหา สาเหตุ ที่เกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กได้ความรู้มากมาย








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น