วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่3

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่3
วันศุกร์ ที่ 24 มกราคม 2562
เวลาเรียน 08:30 - 11:30  น.
ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)

วันนี้อาจารย์ได้สอนเรื่อง พัฒนาการเด็กปฐมวัย
1. พัฒนาการผิดปกติ 
ถ้าพบเร็ว สามารถแก้ไขรักษาได้เร็ว กลับมามีพัฒนาการปกติได้ 
รายที่แก้ไขไม่ได้ หาทางให้มีพัฒนาการใกล้เคียงปกติมากที่สุด หรือส่งต่อ 
2. พัฒนาการปกติ 
ส่งเสริมให้มีพัฒนาการได้เต็มที่ 


สัปดาห์นี้สอนเกี่ยวกับพัฒนาการตามช่วงอายุของเด็กว่าเด็กในวัยนี้ทำอะไรได้บ้าง แล้วถ้าเด็กทำไม่ได้ผู้ปกครองอาจจะช่วยรักษาพัฒนาการลูกน้อยได้ทัน

การประเมิน
ประเมินอาจารย์ : อารจารย์มีวิธีการสอนที่ชัดเจน เข้าใจง่ายและสามารถเข้าไปดูเนื้อหาย้อนหลังได้
ประเมินเพื่อน : เพื่อนตั้งใจฟังอาจารย์ในบางส่วน
ประเมินตัวเอง : ตั้งใจฟังอาจารย์และจดบันทึกตามในหัวข้อที่สำคัญ

วันเสาร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2563

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่2

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่2
วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม 2562
เวลาเรียน 08:30 - 11:30  น.
ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)

เป็นสัปดาห์ที่2ของการเรียนเริ่มเข้าเนื้อแบบจริงจังวันนี้อาจารย์สอนเกี่ยวกับ ความหมาย ความสำคัญ การสังเกตมีกี่วิธี เป็นแบบใด มีกี่ลักษณะ และเเต่นักทฤษฎีกล่าวไว้ว่าอย่างไร พูดถึงประโยชน์ วัตถุประสงค์ ในการศึกษาพฤติกรรมเด็กปฐมวัย

ภาพบรรยากาศในห้อง
ก่อนที่จะเริ่มเรียนอาจารย์ได้ให้นักศึกษาดูภาพที่ต้องใช้ทักษะการคิดและการสังเกตว่าการวิเคราะห์การคิดของเเต่ละคนเป็นเป็นอย่างไร




👉เนื้อหาที่เรียนในวันนี้👈
ความหมายของพฤติกรรม
หมายถึง กิริยาอาการ ที่แสดงออกทุกรูปแบบของสิ่งมีชีวิตเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้า ทั้งภายนอกและใน เป็นการแสดงออกที่เห็นได้จากภายนอก โดยรูปแบบของพฤติกรรมต่างๆพฤติกรรมมีความหมาย ใน 2 แง่
1. การกระทำต่างๆ ซึ่งสิ่งมีชีวิตกระทำขึ้นและผู้อื่นสังเกตได้จากการกระทำนั้น เช่น หัวเราะ ร้องไห้ 
2. กระบวนการต่างๆ ที่บุคคลปฏิบัติต่อสภาพแวดล้อมของบุคคลเหล่านั้นโดยมีวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง และอยู่ภายใต้ความรู้สึก นึกคิด
ประเภทของพฤติกรรม
พฤติกรรมภายนอก (Overt Behavior) คือ การกระทำหรือปฏิกิริยาทางร่างกาย ที่ทั้งเจ้าตัวและบุคคลอื่นสามารถสังเกตผ่านอวัยวะรับสัมผัส/ประสาทสัมผัส (ตา หู จมูก ลิ้น หรือผิวหนัง) หรือใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ช่วยสังเกต
พฤติกรรมภายใน (Covert Behavior)  คือ กระบวนการที่เกิดขึ้นในตัวบุคคลจะโดยรู้สึกตัวหรือไม่รู้สึกตัวก็ตาม เป็นกระบวนการที่ไม่สามารถสังเกตได้และไม่สามารถใช้เครื่องมือวัดได้โดยตรง หากเจ้าของพฤติกรรมไม่บอก (บอกกล่าว เขียน หรือแสดงท่าทาง) ได้แก่ ความคิดอารมณ์ความรู้สึก ความจำ การรับรู้ ความฝัน รวมถึง การรับสัมผัสต่างๆ เช่น การได้ยิน การได้กลิ่นความรู้สึกทางผิวหนัง เป็นต้น
กลไกการเกิดพฤติกรรม

จุดมุ่งหมายของการสังเกตพฤติกรรม
1. เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็ก
2. เพื่อประเมินพัฒนาการของเด็ก
3. เพื่อนำข้อมูลมาแปลความหมายให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเด็ก 

ประโยชน์ของการประเมินด้วยการสังเกตสังเกตพฤติกรรม
1. ช่วยให้สามารถสังเกตและบันทึกพฤติกรรมที่จะศึกษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
2. ช่วยให้ศึกษาสังเกตปัญหาและปรับพฤติกรรมของเด็กให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่ต้องการ เหมาะสมกับเด็กเป็นรายบุคคล
3. ช่วยให้ทราบถึงพัฒนาการของเด็กว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด 
4. ช่วยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมก่อนและหลังสถานการณ์ที่ได้เปลี่ยนแปลงไป

การประเมิน
ประเมินอาจารย์ : อารจารย์มีวิธีการสอนที่ชัดเจน เข้าใจง่ายและสามารถเข้าไปดูเนื้อหาย้อนหลังได้
ประเมินเพื่อน : เพื่อนตั้งใจฟังอาจารย์ในบางส่วน
ประเมินตัวเอง : ตั้งใจฟังอาจารย์และจดบันทึกตามในหัวข้อที่สำคัญ


วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2563

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่1

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่1
วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม 2562
เวลาเรียน 08:30 - 11:30  น.
ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)


วันนี้เป็นการเริ่มเรียนเป็นชั่วโมงแรกของเทอมนี้ อาจารย์แนะแนวการสอนว่าเทอมนี้เราต้องทำอะไรบ้างมีกิจกรรมอะไรบ้าง ก็เหมือนเคยอาจารย์ก็ได้แจกใบการเข้าเรียนของนักศึกษาในแต่ละครั้งแผ่มปั๊ม ก่อนที่อาจารย์จะแนะแนวการเรียนการสอน อาจารย์ได้ให้เล่นเกมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเรียนคือเกมนี้...


พอจบเกมอาจารย์ก็มีรางวัลสำหรับคนที่ได้อันดับ5 อันดับแรกต่อมาต่อจารย์ก็ได้สั่งให้นักศึกษาได้ไปหาบทความที่ เกี่ยวกับการปรับแก้ไขพฤติกรรมเด็ก พฤติกรรมเด็ก วิธีศึกษาพฤติกรรมเด็ก ขอบข่ายของพฤติกรรมเด็กปฐมวัย เครื่องมือที่ใช้การศึกษาพฤติกรรมเด็กปฐมวัย ให้นักศึกษาที่เกี่ยวกับที่ว่ามานี้เรื่องใดก็ได้ให้หามาคนละ 1 เรื่อง



❤ภาพบรรยากาศในห้องเรียน❤





บทความที่หามาจะเกี่ยวกับการแก้ไขการแก้ไขพฤติกรรมเด็ก


พฤติกรรมลูก เกิดจากการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนของพ่อแม่ ที่ต้องการให้เขาเป็นคนแบบไหนในสังคม  ซึ่งทุกอย่างเริ่มต้นที่ครอบครัว เพราะสถาบันครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญกับเขาตั้งแต่ลืมตา และการเริ่มต้นเร็วตั้งแต่ในวัยเด็ก จะช่วยสร้างพฤติกรรมให้กับเขาได้ดี และสามารถปรับใช้ตามสถาการณ์ในอนาคตได้  เพราะรากฐานที่พ่อแม่บ่มเพาะไว้ มันแข็งแรงเกินกว่าจะมีอะไรมาต้านทานได้ค่ะ
     1.             ถ้าลูกอดทนรอคอยไม่เป็น ลูกก้าวร้าว ลูกอาละวาด
      อาจเกิดผลเสียทำให้ลูกมีพฤติกรรมไม่น่ารัก กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ ขี้หงุดหงิด อาละวาด ก้าวร้าว พ่อแม่ควรจะตอบสนองลูกให้ช้าลง เพื่อฝึกการรอคอย  เช่น รอแม่แป๊บนึงนะลูก/ แม่กำลังมานะคะหรือฝึกให้ลูกรู้จักการรอคอยและการเข้าคิวให้เป็นนิสัย แล้วอธิบายเหตุผลง่ายๆ ให้เด็กเข้าใจว่าเขาจะต้องรอเพื่ออะไรถึงเมื่อไหร่  สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ไม่ควรตามใจเด็กจนมากเกินไป ทำในสิ่งที่ฝืนใจลูกบ้าง เพื่อลูกจะเรียนรู้ว่าเขาไม่ได้อะไรดังใจทุกอย่าง
2.          ถ้าลูกสมาธิไม่ดี ลูกสมาธิสั้น
      คุณแม่ควรฝึกลูกตั้งแต่เด็กทารกเลย เช่น ระหว่างการให้นมลูก แม่ควรสบสายตากับเขาเพื่อเป็นการสร้างสมาธิ ฝึกโฟกัสสายตา หรือการพูดคุยกับลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดก็ช่วยฝึกสมาธิลูกน้อยได้ดีเช่นกันค่ะ นอกจากนี้สร้างกิจกรรม เช่นให้เขาฝึกเขียน ฝึกงานศิลปะ งานฝีมือ จะทำให้เขามีสมาธิจดจ่อกับกิจกรรมนั้นได้ค่ะ หากเด็กขาดสมาธิจะทำให้เป็นคนขี้ลืม ขาดความใส่ใจ  ไม่สามารถสนใจหรือทำอะไรจนสำเร็จ
3.             ถ้าลูกเป็นเด็กไม่เคารพกฎ กติกา 
จะทำให้เด็กมีพฤติกรรม กลายเป็นเด็กขี้ โกหก  เห็นแก่ตัว  มักง่าย  ซึ่งพ่อแม่ต้องฝึกเปลี่ยนพฤติกรรมเขาใหม่ เช่น  สร้างกฏกติกาภายในบ้าน มีเวลาตื่นและเข้านอน ควรเป็นเวลาที่ทำสม่ำเสมอ หัดให้เขารู้จักพูด ขอบคุณและ ขอโทษให้ติดปากเป็นนิสัย การจะใช้กฎ กติกาหรือเงื่อนไขให้ได้ผลพ่อแม่ต้องใจแข็งค่ะ อย่าทำให้กฎกลายเป็นสิ่งที่ยืดหยุ่นได้เพราะลูกขอร้อง ต้องฝึกให้ลูกได้เรียนรู้ว่า กฎ กติกาคือสิ่งสำคัญที่ต้องปฏิบัติตาม
4.             ถ้าลูกขาดความรับผิดชอบ             
พ่อแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ลองทำอะไรใหม่ๆ อย่ากลัวเลอะเทอะ กลัวลำบากหรือเหนื่อย เพราะอาจจะสร้างพฤติกรมให้เด็กเป็นคนที่ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง แก้ปัญหาไม่เป็น ขี้เบื่อ  ขี้เกียจ  ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จะติดตัว และส่งผลเสียให้เขาในอนาคตได้ค่ะ  พ่อแม่ต้องฝึกตั้งแต่เด็ก เช่น ฝึกระเบียบวินัยผ่านการช่วยเหลือตัวเอง  เช่น แปรงฟัน อาบน้ำ  อย่าคาดหวังลูกมากเกินไป เวลาที่ลูกเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ให้เวลากับเขาเปิดโอกาสให้เขา  คิดได้ด้วยตัวเองหรือลองผิดลองถูก
5.             ถ้าลูกขาดความเห็นอกเห็นใจคนอื่น ลูกไม่มีน้ำใจ
จะทำให้เขามีพฤติกรรมต่อต้านสังคม  กลายเป็นเด็กที่ไม่มีน้ำใจ เย็นชา  ไม่มีเพื่อน  อันดับแรกพ่อแม่จะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการสอนลูกให้เห็นอกเห็นใจคนอื่น  สอนให้เขารู้จักความพอดีในการช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่ทำให้ตัวเองลำบากหรือเดือดร้อน  เช่น ชวนลูกบริจาคของเล่นที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อที่จะสอนเขาว่าของเล่นที่เขาไม่เอาแล้ว นั้นมีประโยชน์ต่อคนอื่นได้เช่นกัน

การประเมิน
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์แต่งตัวดูดีเหมาะสำหหรับเป็นอาจารย์ที่มาสอนนักศึกษา
ประเมินเพื่อน : เพื่อนในห้องตั้งใจฟังที่อาจารย์ชี้แจง
ประเมินตนเอง : ได้ความรู้เพิ่มเติมจากบทความที่หามา