วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2563

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่1

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่1
วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม 2562
เวลาเรียน 08:30 - 11:30  น.
ว่าที่ ร.ต.กฤธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด
(อ.บาส)


วันนี้เป็นการเริ่มเรียนเป็นชั่วโมงแรกของเทอมนี้ อาจารย์แนะแนวการสอนว่าเทอมนี้เราต้องทำอะไรบ้างมีกิจกรรมอะไรบ้าง ก็เหมือนเคยอาจารย์ก็ได้แจกใบการเข้าเรียนของนักศึกษาในแต่ละครั้งแผ่มปั๊ม ก่อนที่อาจารย์จะแนะแนวการเรียนการสอน อาจารย์ได้ให้เล่นเกมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเรียนคือเกมนี้...


พอจบเกมอาจารย์ก็มีรางวัลสำหรับคนที่ได้อันดับ5 อันดับแรกต่อมาต่อจารย์ก็ได้สั่งให้นักศึกษาได้ไปหาบทความที่ เกี่ยวกับการปรับแก้ไขพฤติกรรมเด็ก พฤติกรรมเด็ก วิธีศึกษาพฤติกรรมเด็ก ขอบข่ายของพฤติกรรมเด็กปฐมวัย เครื่องมือที่ใช้การศึกษาพฤติกรรมเด็กปฐมวัย ให้นักศึกษาที่เกี่ยวกับที่ว่ามานี้เรื่องใดก็ได้ให้หามาคนละ 1 เรื่อง



❤ภาพบรรยากาศในห้องเรียน❤





บทความที่หามาจะเกี่ยวกับการแก้ไขการแก้ไขพฤติกรรมเด็ก


พฤติกรรมลูก เกิดจากการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนของพ่อแม่ ที่ต้องการให้เขาเป็นคนแบบไหนในสังคม  ซึ่งทุกอย่างเริ่มต้นที่ครอบครัว เพราะสถาบันครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญกับเขาตั้งแต่ลืมตา และการเริ่มต้นเร็วตั้งแต่ในวัยเด็ก จะช่วยสร้างพฤติกรรมให้กับเขาได้ดี และสามารถปรับใช้ตามสถาการณ์ในอนาคตได้  เพราะรากฐานที่พ่อแม่บ่มเพาะไว้ มันแข็งแรงเกินกว่าจะมีอะไรมาต้านทานได้ค่ะ
     1.             ถ้าลูกอดทนรอคอยไม่เป็น ลูกก้าวร้าว ลูกอาละวาด
      อาจเกิดผลเสียทำให้ลูกมีพฤติกรรมไม่น่ารัก กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ ขี้หงุดหงิด อาละวาด ก้าวร้าว พ่อแม่ควรจะตอบสนองลูกให้ช้าลง เพื่อฝึกการรอคอย  เช่น รอแม่แป๊บนึงนะลูก/ แม่กำลังมานะคะหรือฝึกให้ลูกรู้จักการรอคอยและการเข้าคิวให้เป็นนิสัย แล้วอธิบายเหตุผลง่ายๆ ให้เด็กเข้าใจว่าเขาจะต้องรอเพื่ออะไรถึงเมื่อไหร่  สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ไม่ควรตามใจเด็กจนมากเกินไป ทำในสิ่งที่ฝืนใจลูกบ้าง เพื่อลูกจะเรียนรู้ว่าเขาไม่ได้อะไรดังใจทุกอย่าง
2.          ถ้าลูกสมาธิไม่ดี ลูกสมาธิสั้น
      คุณแม่ควรฝึกลูกตั้งแต่เด็กทารกเลย เช่น ระหว่างการให้นมลูก แม่ควรสบสายตากับเขาเพื่อเป็นการสร้างสมาธิ ฝึกโฟกัสสายตา หรือการพูดคุยกับลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดก็ช่วยฝึกสมาธิลูกน้อยได้ดีเช่นกันค่ะ นอกจากนี้สร้างกิจกรรม เช่นให้เขาฝึกเขียน ฝึกงานศิลปะ งานฝีมือ จะทำให้เขามีสมาธิจดจ่อกับกิจกรรมนั้นได้ค่ะ หากเด็กขาดสมาธิจะทำให้เป็นคนขี้ลืม ขาดความใส่ใจ  ไม่สามารถสนใจหรือทำอะไรจนสำเร็จ
3.             ถ้าลูกเป็นเด็กไม่เคารพกฎ กติกา 
จะทำให้เด็กมีพฤติกรรม กลายเป็นเด็กขี้ โกหก  เห็นแก่ตัว  มักง่าย  ซึ่งพ่อแม่ต้องฝึกเปลี่ยนพฤติกรรมเขาใหม่ เช่น  สร้างกฏกติกาภายในบ้าน มีเวลาตื่นและเข้านอน ควรเป็นเวลาที่ทำสม่ำเสมอ หัดให้เขารู้จักพูด ขอบคุณและ ขอโทษให้ติดปากเป็นนิสัย การจะใช้กฎ กติกาหรือเงื่อนไขให้ได้ผลพ่อแม่ต้องใจแข็งค่ะ อย่าทำให้กฎกลายเป็นสิ่งที่ยืดหยุ่นได้เพราะลูกขอร้อง ต้องฝึกให้ลูกได้เรียนรู้ว่า กฎ กติกาคือสิ่งสำคัญที่ต้องปฏิบัติตาม
4.             ถ้าลูกขาดความรับผิดชอบ             
พ่อแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ลองทำอะไรใหม่ๆ อย่ากลัวเลอะเทอะ กลัวลำบากหรือเหนื่อย เพราะอาจจะสร้างพฤติกรมให้เด็กเป็นคนที่ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง แก้ปัญหาไม่เป็น ขี้เบื่อ  ขี้เกียจ  ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จะติดตัว และส่งผลเสียให้เขาในอนาคตได้ค่ะ  พ่อแม่ต้องฝึกตั้งแต่เด็ก เช่น ฝึกระเบียบวินัยผ่านการช่วยเหลือตัวเอง  เช่น แปรงฟัน อาบน้ำ  อย่าคาดหวังลูกมากเกินไป เวลาที่ลูกเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ให้เวลากับเขาเปิดโอกาสให้เขา  คิดได้ด้วยตัวเองหรือลองผิดลองถูก
5.             ถ้าลูกขาดความเห็นอกเห็นใจคนอื่น ลูกไม่มีน้ำใจ
จะทำให้เขามีพฤติกรรมต่อต้านสังคม  กลายเป็นเด็กที่ไม่มีน้ำใจ เย็นชา  ไม่มีเพื่อน  อันดับแรกพ่อแม่จะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการสอนลูกให้เห็นอกเห็นใจคนอื่น  สอนให้เขารู้จักความพอดีในการช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่ทำให้ตัวเองลำบากหรือเดือดร้อน  เช่น ชวนลูกบริจาคของเล่นที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อที่จะสอนเขาว่าของเล่นที่เขาไม่เอาแล้ว นั้นมีประโยชน์ต่อคนอื่นได้เช่นกัน

การประเมิน
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์แต่งตัวดูดีเหมาะสำหหรับเป็นอาจารย์ที่มาสอนนักศึกษา
ประเมินเพื่อน : เพื่อนในห้องตั้งใจฟังที่อาจารย์ชี้แจง
ประเมินตนเอง : ได้ความรู้เพิ่มเติมจากบทความที่หามา


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น